อสุจ๊าก (2007)

อสุจ๊าก (2007)

ชื่ออังกฤษ The Spem
วันที่เข้าฉาย 22 มิถุนายน 2550
ประเภท Comedy/Sci-Fi
ความยาว 90 นาที

ภาพยนตร์เรื่อง อสุจ๊าก เล่าเรื่องราวของ สุทิน (ลีโอ พุฒ - พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์) หนุ่มขายเสื้อผ้าย่านรามคำแหง เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ที่ฝันอยากจะมีชื่อเสียง และใฝ่ถึงนางแบบ-นางเอกสาวดาวรุ่งอย่าง แลมมี่ (ผิง - พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์) ชีวิตของเขาอาจจะลุ่มๆ ดอนๆ ไปตามเรื่อง กับวงดนตรีฮาร์ดคอร์ที่ก่อตั้งขึ้นกับเพื่อนสนิทอีก 3 คนอย่าง ประเสริฐ (ฟักกลิ้ง ฮีโร่), สุรชัย (สอง พาราด็อกซ์) และ อนันต์ (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ถ้าหากว่าเขาไม่บังเอิญไปเกิดเรื่องเสียก่อน

เรื่องที่ว่าก็คือ… อยู่มาวันหนึ่ง ได้เกิดเหตุประหลาด ที่หญิงสาวทั่วทั้งกรุงเทพฯ เกิดตั้งครรภ์อย่างเร่งด่วนขึ้นมาภายในคืนเดียว และคลอดในอีกหนึ่งวันต่อมา ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือ เด็กทุกคนที่เกิดมามีใบหน้าเหมือนสุทินหมด นอกจากนี้ อัตราการเจริญเติบโตของเด็กเหล่านี้ ยังรวดเร็วชนิดที่เพียงไม่กี่วัน ก็เติบโตเป็นเด็กรุ่นกระทงได้แล้ว ที่น่าสังเกตก็คือ เด็กเหล่านี้มีความคลั่งไคล้ในตัวแลมมี่ เช่นเดียวกับสุทินอีกด้วย

สุทินต้องออกสืบค้นเรื่องราวประหลาดนี้ เพราะดูเหมือนจะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ด็อกเตอร์สติเฟื่อง (สมเล็ก ศักดิกุล) ที่ชอบนักกับการประดิษฐ์ทดลอง และดัดแปลงของแปลกประหลาด กับ ลูกสาวด็อกเตอร์ (ดลรส เดชะประทุมวัน) คนเก่ง แสนซนและน่ารัก

เขาต้องหลบเลี่ยงจากการเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน และหนีการตามล่าจากทางการ ที่จะนำตัวเขามาสอบสวนข้อเท็จจริง ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องแปลงตัวเข้าร่วมงานคอนเสิร์ต OTOB (One Tambol One Band - หนึ่งตำบลหนึ่งวงดนตรี) เพื่อเข้าร่วมประกวดวงดนตรีตามที่เขาใฝ่ฝัน และช่วยเหลือนางในฝันอย่างแลมมี่ ที่กำลังจะถูกคุกคาม จากเด็กพันธุ์ประหลาดนี้โดยไม่รู้ตัวด้วย

เอาล่ะสิ… แล้วทีนี้สุทินจะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย… จ๊ากกกกกกกกกกกกก

คลิกชม อสุจ๊าก แบบเต็มเรื่อง


หอแต๋วแตก

วันที่เข้าฉาย 8 มีนาคม 2550
แนวหนัง ตลก
กำกับโดย พจน์ อานนท์
นักแสดง เอกชัย ศรีวิชัย, จตุรงค์ มกจ๊ก, โก๊ะตี๋ อารามบอย, เป้ย ปานวาด, ใหม่ สุคนธวา

ความสนุกกำลังจะเกิดขึ้นเมื่อ หมอผีอินเตอร์ถูกอิมพอร์ต
มาปราบผีสาวคลิปวีดีโอฉาวและผีกระเทยไฮโซ
ที่หอพักชายของสามสาวกระเทยรุ่นใหญ่
อุ๊ย! … ว้าย!…ต๊าย!…แต๋วกลัวฮ่าา !!!!!!

สามกระเทยรุ่นใหญ่ อดีตเจ้าของค่ายมวยแต่โดนโกง เลยมาร่วมลงทุนสร้างหอพักชาย แต่แล้วเกิดมีคนมาตายในหอ กลายเป็นผีออกอาละวาด เขาทั้งสามจะจัดการอย่างไร ก่อนที่ผู้เช่าจะย้ายออกไปหมด …

ตัวอย่าง หอแต๋วแตก 

 

คลิกชม หอเเต๋วเเตก แบบเต็มเรื่อง


เอ๋อเหรอ เอ๋อไม่เอ๋อเหรอครับ

ชื่ออังกฤษ Beautiful, Wonderful, Perfect
ประเภท Family / Comedy / Drama
วันที่เข้าฉาย 6 มกราคม 2548

กำกับโดย พจน์ อานนท์
เขียนโดย พจน์ อานนท์, ปิยะมาศ มะชะรา
นำแสดงโดย
โหน่ง ชะชะช่า…สำรวย
นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ…ลูกแก้ว
วีรภักดิ์ แก่นสุวรรณ…ต๋อง
ศึกษา ทิพย์นุช…โก๊ะ
ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง…ปรีชา
ปริศนา พรายแสง…วรรณ
อลิสา อินทุสมิต…แอ๋ว
สาธิดา เขียวชอุ่ม

สร้างโดยประเทศ Thailand
จำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม
สร้างโดย ฟิล์ม เรารู

เรื่องย่อ:

หนูชื่อ ลูกแก้ว มีพ่อชื่อปรีชา เป็นหัวหน้าพนักงานขับรถทัวร์ แม่ชื่อ วรรณ เป็นแม่บ้าน บ้านของหนูเปิดเป็นร้านขายรองเท้า หนูจึงมีรองเท้าใหม่ใส่อยู่บ่อยๆ แม่วรรณของหนูเป็นแม่ที่ใจดีที่สุดในโลก ไม่เคยดุด่าหนูเลย แต่พ่อปรีชาของหนูจะเป็นคนดุ ดุจนหนูกลัว และบางครั้งแม่ก็จะทะเลาะกับพ่อ เพราะทนที่พ่อตีหนูไม่ไหว พ่อจะชอบสั่งให้ลูกแก้วทำนู่นทำนี่ตามที่พ่อต้องการ หนูไม่เข้าใจแต่หนูก็ไม่เคยขัดคำสั่งพ่อ เพราะแม่จะสอนหนูอยู่ตลอดให้รักและเชื่อฟังพ่อ และหนูก็คิดอยู่เสมอว่าพ่อปรีชาของหนูไม่ใช่พ่อที่ดุที่สุดในโลกหรอก

หนูมีเพื่อนสนิทชื่อ ต๋อง ต๋องมีพ่อชื่อ สำรวย ซึ่งใจดีมากๆ ไม่เคยดุด่าต๋องเลย แม่แอ๋วของต๋องก็สวยและใจดีพอๆ กับแม่วรรณของหนู บ้านของต๋องจะอยู่ใกล้กับบ้านของหนู และต๋องก็เรียนอยู่ห้องเดียวกับหนูด้วย ต๋องจะเป็นเด็กพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ต๋องจะไม่ค่อยพูดมาก แต่จะยิ้ม หัวเราะ และอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา

หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนชอบมองต๋องด้วยสายตาแปลกๆ และมักจะเรียกต๋องว่า ไอ้เอ๋อ ตลอดเวลา และพ่อปรีชาก็ไม่ชอบให้หนูไปยุ่งกับครอบครัวของต๋องซะเท่าไร พ่อมักจะดุหนูอยู่เสมอเวลาที่หนูแอบไปเล่นกับต๋องว่า “ไอ้แก้ว ป๊าบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้ไปยุ่งกับไอ้ครอบครัวปัญญาอ่อนนี่ แต่ยังไงหนูก็ยังชอบเล่นกับต๋องอยู่ดี ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม

ที่โรงเรียน เพื่อนส่วนใหญ่ก็จะดีกับหนูและต๋อง ยกเว้นพวกเบิ้มที่ชอบมารังแกต๋องอยู่เรื่อย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะหนูจะช่วยเหลือต๋องทุกครั้งที่พวกเบิ้มมารังแก แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ตอนที่หนูกับต๋องกำลังเล่นกันอยู่ที่สถานีขนส่ง เบิ้มคนเดิมนี่แหละ พาลูกสมุนของมันมาเพื่อแก้แค้นที่หนูไปต่อยมันตาปูด ทำให้หนูกับต๋องต้องหนีเอาตัวรอดก่อน เพราะพวกมันเยอะกว่า

นั่น…ประตูช่องเก็บกระเป๋ารถทัวร์เปิดอยู่ สองขาของหนูเร็วเท่าความคิด หนูคว้าแขนต๋องหลบเข้าช่องเก็บกระเป๋านั้นทันที ไม่กี่นาทีถัดมา ช่องประตูนั้นก็ถูกปิดลง ความมืดเข้าครอบงำ และแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา หนูกับต๋องก็ถูกพาหลงมาผจญภัยในกรุงเทพฯ กันแค่สองคน

แรกๆ หนูก็เฉยๆ นะ ไม่รู้สึกกลัวอะไร จนกระทั่งหนูกับต๋องโดนพวกคนใจร้ายจับมาขังไว้ แถมยังใช้ให้เดินขายผลไม้แถวชายหาดพัทยาอีก แค่นั้นยังไม่พอ พวกมันยังบังคับให้หนูกับต๋องขึ้นโชว์ชกมวยให้พวกฝรั่งที่มาเที่ยวบาร์ดูอีก ถ้าไม่เชื่อฟัง พวกมันก็จะทำร้ายพวกหนู…โหดร้ายที่สุดในโลก

หนูต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อช่วยต๋องและเพื่อนๆ ที่ถูกจับตัวมาซะแล้ว แต่ลำพังเด็กตัวเล็กๆ อย่างหนูจะไปสู้แรงพวกผู้ใหญ่หน้าซื่อใจร้ายพวกนี้ได้ยังไงกัน แต่เอ๊ะ…นั่นไม้ขีดไฟในมือของต๋องนี่นา ได้การล่ะ เผาบ้านมันซะเลย ใจร้ายกับพวกหนูดีนัก

พวกเรา…หนี…เร็ววววววววว

แล้วมาดูกันว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไป…หนูกับต๋องและพรรคพวกจะเอาตัวรอดกันได้ไหม พวกผู้ใหญ่ใจร้ายจะโดนลงโทษยังไง และจะมีใครมาช่วยพวกหนูทันหรือเปล่า ยังไงลูกแก้วกับต๋องต้องขอกำลังใจจากพี่ๆ ด้วยนะคะ…

ตัวอย่าง เอ๋อเหรอ เอ๋อไม่เอ๋อเหรอครับ

คลิกชม  เอ๋อเหรอ เอ๋อไม่เอ๋อเหรอครับ แบบเต็มเรื่อง


แหยม ยโสธร (2005)

ชื่ออังกฤษ Hello Yasothorn
ชื่ออื่นๆ Yam Yasothorn
ประเภท Romance / Comedy
วันที่เข้าฉาย 8 กันยายน 2548
ความยาว 98 นาที
กำกับโดย เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
เขียนโดย เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, เนปาลี ทองดี, ปิยรส ทองดี

เรื่องย่อ
  เรื่องราวความรักที่สุดแสนจะใสซื่อบริสุทธิ์ของคนหนุ่มคนสาวบ้านไร่ แดนอีสาน โดยผ่านมุมมองของ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หม่ำ จ๊กมก” ตลกชื่อดังที่ฝากผลงานให้สะท้าน กันมาแล้วทั่วหน้าจาก “บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม” และคราวนี้กลับมาอีกครั้ง พร้อมทำหน้าที่ เป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงเหมือนเดิม แต่หนีบนักร้อง สาวพันหน้าอย่าง “เจเนต เขียว” มาร่วมแจมความฮากันกระจุยกระจาย เต็มท้องทุ่งยโสธร ร่วมด้วยน้องสาวพราวเสน่ห์อย่าง “แวว จ๊กม๊ก” และนักแสดงหน้าใหม่ เลือดอีสานเข็มข้น “อุ้ม” ชัยพันธ์ นินกง, “ออแกน” เยาวลักษณ์ ตุ้มบุญ ด้วยแรงบันดาลใจจากหนังรัก ทั้งหลายในอดีต บวกกับทิศทางความตลกโปกฮา ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งวันนี้จึงได้ออกมาเป็นผลงานสร้างเสียงหัวเราะ ในภาพยนตร์ โรแมนติก – คอเมดี้ ชื่อว่า “แหยม ยโสธร”

กลางทุ่งนาที่ร้อนเดือดพล่านของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยโสธร “ทอง” (ชัยพันธ์ นินกง) และ “สร้อย”(เยาวลักษณ์ ตุ้มบุญ) กำลังจีบกันอย่างชนิดที่ว่า หวานจนน้ำตาลท่วมทุ่ง ในขณะที่ “แหยม” (หม่ำ จ๊กม๊ก) น้าชายสไตล์จิ้มลิ้ม คนเดียวของทองถูก “เจ้ย” (เจเนต เขียว) สาวหน้าคมคล้ำ..คมขำ ทั้งตามตื้อตามจีบ หลงรักสุดหล่ออย่าง แหยมชนิดหัวปักหัวปำ ทำให้แหยมรำคาญเป็นที่ซู๊ดดด…

ทั้งสี่เป็นอันรู้กันว่าเจ้ยหลงรักแหยมอย่างลงรากฝังลึก และพยายาม ทุกทาง ให้แหยมตอบรับน้ำใจอันนี้ แม้ว่าทองกับสร้อยจะช่วยลุ้นให ้ทั้งคู่ลงเอยกันเสียที แต่แหยมก็ไม่เคยหันมาสนใจ…

ตัวอย่าง เเหยม ยโสธร 

คลิกชม แหยม ยโสธร แบบเต็มเรื่อง


Paris, je t’aime (2007 )

Paris, je t’aime : มหานครแห่ง

วันที่เข้าฉาย 19 กรกฎาคม 2550
แนวหนัง รักโรแมนติค
กำกับโดย สองพี่น้องโคเอ็น, กัส แวน แซงท์, วอลเตอร์ แซลเลส, อิสซาเบล คอยเซ่, อเล็กซานเดอร์ เพย์น, ซิลเวน โชเม่
นักแสดง นาตาลี พอร์ทแมน, อีไลจาห์ วู้ด, นิค โนลเต้, แฟนนี่ อาร์แดนท์,จูเลียต บินอช, และสตีฟ บุชเซมี่ ฯลฯ

เนื้อเรื่องย่อ
  การชุมนุมผู้กำกับนานาชาติกว่า 20 ชีวิต ร่วมด้วยช่วยกันถ่ายทอดมุมมองหรือความประทับใจที่พวกเขามีต่อ Paris มหานครแห่งความรัก ผ่านภาพยนตร์ความยาว 5 นาทีจำนวน 18 เรื่อง เรียงร้อยคอยคั่นด้วยเสียงเพลงประกอบภาพบรรยากาศของกรุง Paris ในยามต่างๆ กัน สู่ย่านต่าง ๆของนครปารีส

  ย่านม็องต์มาร์ตร(Montmartre) ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาที่จอดรถในถนนแคบ ๆ กลางย่านม็องต์มาร์ตร ชายหนุ่มก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ทำไมชีวิตถึงจนตรอกขนาดนี้ ทำไมเขาจึงไม่เจอรักแท้เสียที จู่ ๆ สตรีลึกลับนางหนึ่งก็มาเป็นลมล้มพับอยู่ข้าง ๆ รถของเขา ฤานี่จะเป็นความรักที่เขาโหยหารอมานาน

  ทางเดินเลียบแม่น้ำแซน (Quais de Seine)ฟรังซัว กับเพื่อนอีกสองคนตะโกนประโยคเด็ดหวังเรียกร้องความสนใจจากสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมาบนทางเดินเลียบแม่น้ำแซน แล้วฟรังซัวก็เห็นสาวมุสลิมคนหนึ่งเดินสะดุดล้มลง เขาพุ่งเข้าไปช่วยพยุงเธอยืนขึ้นขณะที่เพื่อน ๆ หัวเราะเยาะ แล้วหญิงสาวก็เดินต่อไปยังมัสยิด ส่วนเขากลับมารวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แต่ก็ฉุกคิดว่า เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปจากชีวิตของเขาได้

  เลอ มาเร่ส์(Le Marais)เมื่อ แกส ก้าวเข้ามาในโรงพิมพ์ ชายหนุ่มก็ถูกชะตากับ อีไล พนักงานหนุ่มเข้าให้เต็มเปา อีไลคงไม่เข้าใจสิ่งที่ แกสป้า วิเคราะห์และกล้าฟันธงแบบคนรุ่นใหม่เพราะเขาหูหนวก แต่เมื่อแกสป้าอลับออกไปแล้ว อีไลก็รู้ว่าความรู้สึกพิเศษและคิดไม่ออกบอกไม่ถูกเกิดขึ้นกับเธอแล้ว….

  พระที่นั่งตุยเลอรีส์ (Tuileries)นักท่องเที่ยวอเมริกันยืนอ่านหนังสือนำเที่ยวอยู่ที่ชานชาลารถไฟใต้ดิน สถานีพระที่นั่งตุยเลอรีส์ เขาเหลือบไปเห็นหนุ่มสาวชาวฝรั่งเศสคู่หนึ่งกำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่มอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม กว่าจะตั้งสติได้เขาก็ลืมคำแนะนำที่หนังสือพร่ำเตือนว่า อย่าจ้องมองตาใครเวลาอยู่ใช้บริการรถไฟใต้ดินของปารีส แล้วทีนี้ก็มีเรื่องขำ ๆ ตามมาอีกเพียบ

  ไกลจากเขต 16(Loin du 16eme)ในตอนเช้า คุณแม่ยังสาวจำใจต้องทิ้งลูกน้อยของเธอไว้ให้เนิร์สเซอรี่ใกล้บ้านเลี้ยงดู เพื่อรีบขึ้นรถไฟจากชานเมืองเข้าไปยังใจกลางเมือง หลังจากการเดินทางอันแสนเหนื่อยอ่อน เธอก็มาถึงยังเขต 16 สุดหรูหราเพื่อทำงานของเธอ ซึ่งก็คือการเป็น พี่เลี้ยงให้กับลูกของคนอื่นที่พักอยู่ในย่านนั้นนั่นเอง

  ย่านปอร์ต เดอ ชัวซี(Porte de Choisy) การพบปะกันที่แทบจะเกินกว่าความเป็นจริงใด ๆ จะตีกรอบได้ระหว่าง หนุ่มนักขายทัวร์ กับ ซ้อเจ้าของกิจการร้านทำผมจีนสุดสวย

  ย่านบาสตีย์(Bastille) ก่อนที่หนุ่มใหญ่จะเอ่ยปากขอหย่ากับภรรยาคนปัจจุบัน เพื่อไปครองรักหวานชื่นกับกิ๊กที่ทั้งสาวและสวยกว่า แต่ภรรยาของเขากลับโพล่งออกมาก่อน พร้อมน้ำตาอาบสองแก้ม บอกว่าเธอเป็นมะเร็ง และจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่กี่เดือนเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลภรรยาที่กำลังป่วย ชีวิตของเขาต้องพลิกผันกลับตาละปัด เมื่อเขาตกหลุมรักภรรยาอีกเป็นครั้งที่สอง

  จัตุรัสชัยสมรภูมิ (Place des Victoires) หญิงสาวคนหนึ่งนอนไม่หลับด้วยเสียงร้องเพรียกหาจากลูกของเธอที่ตายไปแล้ว เธอจึงกลับมายังจัตุรัสที่ลูกของเธอเสียชีวิต และพบกับคาวบอยแปลกประหลาดคนหนึ่ง เขาเปิดโอกาสให้เธอได้พบกับลูกชายของเธอพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอีกครั้ง

  หอไอเฟล(Tour Eiffel)ศิลปินละครใบ้หนุ่มสุดแสนเดียวดายใช้เวลาทุกวี่ทุกวันอยู่ใต้หอไอเฟล ตามตื้อนักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่า จนกระทั่งเขาถูกตำรวจจับข้อหาก่อกวนความสงบ แล้วที่สถานีตำรวจนั่นเองที่เขาได้พบเนื้อคู่ ศิลปินละครใบ้สาวสวย นั่นเอง
  สวนสาธารณะมองโซ(Parc Monceau)ชายชราชาวอเมริกันนัดกับหญิงสาวชาวฝรั่งเศสที่สวยแต่หัวรั้นสุด ๆ แต่เขามาสาย ทั้งสองเดินทะเลาะกันไปตามถนนในสวนสาธารณะ ซึ่งมันเป็นการเปิดเผยให้รู้ถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและสับสนซับซ้อนของคนรักคู่นี้
  ย่านเด็กแดง (Quartier des Enfants Rouges) นักแสดงชาวอเมริกันสาวกำลังเข้ากล้องถ่ายทำภาพยนตร์ดราม่าย้อนยุค ที่อาศัยแมนชั่นเก่าในมหานครปารีสเป็นฉาก เธอผูกมิตรกับพ่อค้ายาเสพติดแสนลึกลับคนหนึ่ง ว่าแต่เธอจะพบความพึงพอใจตรงตามที่ปรารถนาหรือ

  จัตุรัสเทศกาล (Place des Fetes)ชายคนหนึ่งล้มนอนใกล้ขาดใจอยู่กลางจัตุรัสเทศกาล โซฟี นักศึกษาแพทย์สาวประสบการณ์น้อยพยายามจะช่วยชีวิตของเขา แล้วจึงตระหนักว่าทั้งสองเคยพบกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว
  ปิกาล(Pigalle)สังเวียนรักสุดแสนเซ็กซี่ที่เกิดขึ้นกลางย่านโลกีย์ ปิกาล กำลังเล่นเอาล่อเอาเถิดกับคู่รักสูงวัยที่พยายามจะรักษาความสัมพันธ์ของพวกเขาไว้ให้ยืนยาว

  ย่านมัดแลน (Quartier de la Madeleine) ชายหนุ่มเข้าไปขัดจังหวะในขณะที่แวมไพร์สาวกำลังสูบเลือกจากเหยื่อรายล่าสุดของเธอ เสน่ห์สาวทำให้ชายหนุ่มติดอกติดใจเข้าเต็มเปา และมุ่งมั่นจะครอบครองเธอชนิดอุปสรรคใดก็ขวางไม่ได้
  แปร์ ลาแชส(Pere-Lachaise)คู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันหมาด ๆ พยายามปรับตัวเข้าหากัน ขณะที่หลงทางเดินวนเวียนตามหลุมศพในสุสานแปร์ ลาแชส ก่อนที่วิญญาณของออสการ์ จะปรากฎตัวขึ้นมาช่วยหาข้อยุติให้กับเรื่องไม่ลงรอยกันของทั้งคู่
  โฟบูร์ แซ็งต์ เดอนี(Faubourg Saint-Denis)นักแสดงอเมริกันสาวสวยโทรไปหาแฟนหนุ่มตาบอดของเธอเพื่อขอบอกเลิก การเดินทางในหัวของชายหนุ่มสะท้อนให้เราได้สัมผัสกับความสัมพันธ์ของพวกเขา ตั้งแต่ที่พบหน้ากันครั้งแรก ถือว่าเป็นเรื่องเล่าเชิงเปรียบเทียบว่าด้วย การยอมรับและการให้อภัยซึ่งกันและกัน ได้เป็นอย่างดี

  ย่านละติน (Quartier Latin)ชายสูงวัยชาวอเมริกันที่ยังกระฉับกระเฉงนัดพบอดีตภรรยา เพื่อขอให้เธอจัดการเอกสารสำคัญในการหย่าอย่างเป็นทางการให้เรียบร้อย การใส่หน้ากากเข้าหากันสิ้นสุดลงเมื่อ เบ็น และ จีน่า ต่างบันดาลโทสะขึ้นเสียงผรุสวาทเข้าใส่กันอย่างเผ็ดร้อน ผลงานเฮฮาเสียดสีอย่างเจ็บแสบที่จะเผยให้เห็นถึงความปวดร้าวที่ต้องแยกกันอยู่มานานหลายปี และความรักที่ยังคงอยู่ไม่มีวันตาย
  ย่าน 14 (14eme Arrondissement)นักท่องเที่ยวอเมริกันสาวเพิ่งเข้าใจ และยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเธอเองเมื่อเดินผ่านย่าน 14 ของมหานครปารีส ซึ่งเป็นอารมณ์ขัน และบทสรุปโดนใจของภาพยนตร์เรื่อง Paris, je t’aime ได้อย่างลงตัวสุด ๆ…

 ตัวอย่าง Paris, je t’aime : มหานครแห่ง “รัก”

คลิกชม มหานครแห่ง “รัก”  แบบเต็มเรื่อง


Wedding Crashers (2005)

Wedding Crashers ป่วนให้่ปิ๊ง แล้วชิ่งแต่ง

ชื่อเรื่อง Wedding Crashers ป่วนให้่ปิ๊ง แล้วชิ่งแต่ง ( 2005 )
แนว : ตลก / รัก

เรื่องย่อ
จอห์น แบล็ควิตต์ (โอเว่น วิลสัน) และ เจเรมี่ ไคลน์ (วินซ์ วอน) สองนักเจรจาประนีประนอมคดีหย่า คือคู่หูขาป่วน ที่มักใช้เวลาสุดสัปดาห์ ดอดร่วมงานแต่งงานของบรรดาเพื่อนฝูง แม้ไม่ได้รับเชิญก็ตาม โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือบรรดาเพื่อนเจ้าสาวผู้แสนบริสุทธิ์ งานแล้วงานเล่า ที่พวกเขาต่างได้คู่ขาทั้งซิงและไม่ซิง จนวันหนึ่งในงานประจำปีของเมือง จอห์นเกิดอาการตกหลุมรักอย่างจังกับ แคลร์ เคลียรี่ (ราเชล แม็กซ์อดัมส์) ลูกสาวสุดหวงของนักการเมืองท้องถิ่น วิลเลี่ยม เคลียรี่ (คริสโตเฟอร์ วอล์คเก็น) แผนการจีบสาวสุดอลวนจึงเริ่มขึ้นอย่างทุลักทุเล โดยสิ่งที่แรกที่จอห์นและเจเรมี่ต้องทำ ก็คือแก้นิสัยเจ้าชู้ และลบภาพลักษณ์ตัวป่วนให้หมดไป ก่อนจะถึงด่านพ่อตามหาโหด!!

ตัวอย่าง Wedding Crashers 

คลิกชม  Wedding Crashers  แบบเต็มเรื่อง


The Invasion (2007)

The Invasion บุก…เพราะพันธ์มฤตยู

ชื่อภาษาไทย : ดิ อินเวชั่น บุก…เพาะพันธุ์มฤตยู
ชื่อภาษาอังกฤษ : The Invasion
วันที่เข้าฉาย : 23 สิงหาคม 2550
ค่ายผู้ผลิต : Warner Bros วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส , วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส
แนวหนัง : ไซไฟ ระทึกขวัญ Action / Drama / Horror / Sci-Fi / Thriller
กำกับโดย : Oliver Hirschbiegel

นักแสดง
  นิโคล คิดแมน Nicole Kidman แสดงเป็น แครอล เบนเนล
  เดเนียล เคร๊ก Daniel Craig แสดงเป็น เบน ดริสโคล
  เจเรอมี่ นอร์แธม Jeremy Northam แสดงเป็น ทัคเกอร์
  แจ๊คสัน บอนด์ Jackson Bond แสดงเป็น โอลิเวอร์
  เจฟฟรีย์ ไรท์ Jeffrey Wright แสดงเป็น ดร. กาลีโน่

 เนื้อเรื่องย่อ

      นิโคล คิดแมน และแดเนียล เครก แสดงนำในภาพยนตร์ไซไฟแอ็คชั่นระทึกขวัญ ” ดิ อินเวชั่น บุก…เพาะพันธุ์มฤตยู The Invasion ” การเดินทางอันเป็นฝันร้ายสู่โลก ซึ่งทางเดียวที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้คือการตื่น ยานอวกาศที่ตกลงมาอย่างลึกลับนำไปสู่การค้นพบที่น่ากลัว ด้วยการมาเยือนจากต่างดาวพร้อมกับซากชิ้นส่วน ใครก็ตามที่ได้สัมผัสมันจะเปลี่ยนไปในทางเลวร้ายอย่างที่อธิบายไม่ได้ ไม่นานนักจิตแพทย์สาวแห่งวอชิงตันดี.ซี. แครอล เบนเนล (นิโคล คิดแมน) และเพื่อนร่วมงาน เบน ดริสโคล (แดเนียล เครก) ก็ได้เรียนรู้ความเป็นจริงที่น่าช็อคเกี่ยวกับเชื้อโรคจากต่างดาวมันจะจู่โจมเหยื่อใน ช่วงเวลาที่พวกเขานอนหลับ โดยที่ร่างกายภายนอกไม่มีการเปลี่ยนแปลง? แต่กลับไร้ความรู้สึกและไม่มีความเป็นมนุษย์ไปได้อย่างแปลกประหลาด ในขณะที่การติดเชื้อระบาดไปทั่ว ผู้คนมากมายต่างเปลี่ยนไปและไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าใครคือคนที่เชื่อใจได้ถึงเวลานี้แครอลได้แต่หวังว่าเธอจะตื่นอยู่ได้นานพอจนกว่าจะเจอลูกชายตัวน้อย ซึ่งอาจรู้ความลับที่จะหยุดยั้งการบุกรุกแสนร้ายกาจนี้

” ดิ อินเวชั่น บุก…เพาะพันธุ์มฤตยู The Invasion ” กำกับการแสดงโดยโอลิเวอร์ เฮิร์ชบิเกล จากบทภาพยนตร์โดยเดวิด แคจกานิช จากนวนิยายเรื่อง The Body Snatchers โดยแจ็ค ฟินนีย์ อำนวยการสร้างโดยโจเอล ซิลเวอร์ และอำนวยการบริหารโดย รอย ลี, ดัค เดวิสัน,ซูซาน ดาวนีย์,สตีฟ ริชาร์ดส,โรนัลด์ จี สมิธ และ บูซ เบอร์แมน..

 ตัวอย่าง The Invasion

คลิกชม  The Invasion  แบบเต็มเรื่อง


 15 อันดับ หนังทำเงินของ Hollywood ปี 2007

    สำหรับแฟนหนังที่เป็นคอหนังฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูดแล้ว ปี 2007 ที่ผ่านมาคงไม่ต่างจากสวรรค์แห่งการดูหนังของพวกเขาจริงๆ และเชื่อแน่ว่าหลายเรื่องที่จะกล่าวถึงข้างล่างนี้ได้กลายเป็นสมบัติส่วนตัวที่ห้องนั่งเล่นของแฟนหนังหลายๆ ท่านเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะในรูปแบบดีวีดีหรือแผ่นไฮ-เดฟทั้งสองค่ายที่กำลังจะมาเป็นมาตรฐานความบันเทิงโฉมใหม่ของพ.ศ.นี้

เราลองย้อนไปดูกันหน่ายว่า เมื่อครั้งที่ผลงานเหล่านี้ได้โลนแล่นอยู่ในสังเวียนจอเงินนั้น แต่ละเรื่องทำผลงานในปีที่ผ่านมากันได้อย่างไรจนมาอยู่ใน 15 อันดับหนังทำเงินถล่มโลกปี 2007 นี้ ที่เกือบทั้งหมดถ้าไม่เป็นหนังภาคต่อ ก็กำลังจะเป็นภาคต่อทั้งนั้น (ยกเว้นอันดับ 8-9)

(รายได้หน่วยเป็นล้านเหรียญสหรัฐฯ)

15. Fantastic Four: Rise of the Silver Surfer

  รายได้ทั่วโลก: 288.4
  ในสหรัฐฯ: 131.9
  ทุนสร้าง: 130
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 194

   การกลับมาอีกครั้งแบบไม่ต้องรอนานของขบวนการ สี่พลังคนกายสิทธิ์: กำเนิดซิลเวอร์เซิรฟเฟอร์ ที่แม้รายได้ในสหรัฐฯจะถอนทุนสร้างได้สำเร็จ แต่เมื่อเทียบกับผลงานภาคประเดิมที่มีทุนสร้างน้อยกว่าที่ 100 ล้านเหรียญ แต่ทำรายได้ไปถึง 330.1 ล้านเหรียญ ตัวเลข 288.4 ล้านเหรียญสำหรับภาคนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้กำกับ ทิม สตอรี ต้องตีให้แตกในการเดินหน้ากับซีรีส์นี้ต่อไป

 ตัวอย่าง Fantastic Four

  คลิกชม Fantastic Four แบบเต็มเรื่อง

 

14. National Treasure: Book of Secrets

  รายได้ทั่วโลก: 289.2
  ในสหรัฐฯ: 187.1
  ทุนสร้าง: -
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 191

   ไม่เหมือนกับภาคต่อของพระเอกรุ่นใหญ่อย่าง นิโคลัส เคจ ที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยสถิติแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศ 3 สมัยซ้อนจึงทำให้ผลงานนี้ชิ้นนี้เข้ามาอยู่ในชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว รายได้ในสหรัฐฯแซงหน้าภาคก่อนไปหลายช่วงตัวแล้ว ขณะที่รายได้ในหลายประเทศของยุโรปทั้งอังกฤษ,ฝรั่งเศส,เยอรมันยังไม่ถูกนับมารวมด้วยซ้ำ

ตัวอย่าง  National Treasure

 

13. The Golden Compass

  รายได้ทั่วโลก: 301.4
  ในสหรัฐฯ: 67.5
  ทุนสร้าง: 180
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 174

   เกือบเป็นโปรแกรมยักษ์ปลายปีที่ล้มไม่เป็นท่าเสียแล้วสำหรับผลงานหนังแฟนตาซีที่ค่ายนิวไลน์แสนภูมิใจ กับหนังที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังเรื่องนี้ เพราะด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 180 ล้านเหรียญ แต่รายได้ในสหรัฐฯล่าสุดทำไปได้เพียง 1 ใน 3 ของทุนสร้างเท่านั้น แต่โชคยังดีที่หน้าหนังอันทรงเสน่ห์ทำให้มันกวาดเงินจากการฉายทั่วโลกได้อย่างดี และเป็นข่าวดีสำหรับแฟนหนังสือของฟิลลิป พูลแมนที่อาจจะได้ดูฉบับภาพยนตร์ของไตรภาคชุดนี้จนครบก็ได้…

ตัวอย่าง Gloden Campass 

คลิกดู Gloden Campass แบบเต็มเรื่อง

 

12. Ocean’s Thirteen

  รายได้ทั่วโลก: 311.3
  ในสหรัฐฯ: 117.2
  ทุนสร้าง: 85
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 165

   พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การได้รุ่นใหญ่อย่าง อัล ปาชิโน มาเสริมทัพนั้นไม่เพียงพอต่อการจากไปของสองซูเปอร์สตาร์สาวทั้ง แคเธอรีน ซีตาร์ โจนส์ และ จูเลีย โรเบิร์ตส เมื่อเหล่า 13 โจรจาก Ocean’s Thirteen กลายเป็นภาคต่อของซีรีส์นี้ที่ทำเงินได้น้อยที่สุด (Ocean’s Eleven 450.7 ล้านเหรียญ / Ocean’s Twelve 362.7) งานนี้เหล่าโจรหน้าหล่อทั้งหลายคงต้องกลับไปคิดมุกมาใหม่ ถ้าจะหวังกลับมาชิงเงินจากกระเป๋าแฟนหนังใน Ocean’s Fourteen…

ตัวอย่าง  Ocean’s Thirteen

 

11. Live Free or Die Hard

  รายได้ทั่วโลก: 382.3
  ในสหรัฐฯ: 134.5
  ทุนสร้าง: 110
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 101

   12 ปีให้หลังในการกลับมาของนายตำรวจจอมบ้าบิ่น จอห์น แม็คเคลน พิสูจน์ให้เห็นว่าวีรกรรมที่เขาเคยทำเอาไว้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อนได้สร้างฐานแฟนหนังเอาไว้มากแค่ไหน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการกลับมาครั้งนี้ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนหนังอย่างอบอุ่น…

 ตัวอย่าง  Live Free or Die Hard

คลิกชม  Die Hard 4.0 แบบเต็มเรื่อง

 

10. The Bourne Ultimatum

  รายได้ทั่วโลก: 441.8
  ในสหรัฐฯ: 227.5
  ทุนสร้าง: 110
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 79

   การฉายเดี่ยวของนาย แม็ต เดมอน ในการสวมบทเป็น เจสัน บอร์น เป็นครั้งสุดท้ายในผลงานเลื่องชื่อของนักเขียนโรเบิร์ต ลัดลัม เรื่องนี้ เป็นการเดินสวนทางกับผลงานการเป็นตัวประกอบให้กับซีรีส์โอเชียน’สที่มีแต่จะแผ่วลงเรื่อยๆ เพราะผลงานของยอดผู้กำกับ พอล กรีนกราส เรื่องนี้ได้สร้างกลุ่มก้อนสาวกด้วยตัวมันเอง สะท้อนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆ ภาค (The Bourne Identity 213.9 ล้านเหรียญ / The Bourne Supremacy 288.5 ล้านเหรียญ) ที่ทำให้ไม่แน่ว่าภารกิจของเขาจะสิ้นสุดลงแค่ภาคนี้…

ตัวอย่าง The Bourne Ultimatum

 

9. 300 ขุนศึกพันธ์สะท้านโลก

  รายได้ทั่วโลก: 456.1
  ในสหรัฐฯ: 210.6
  ทุนสร้าง: 65
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 74

   ทำเอาวงการตื่นตะลึงกับการเปิดตัวอย่างมโหฬารเมื่อช่วงมี.ค.ปีก่อน จนถือเป็นการลั่นกลองรบของซัมเมอร์ปีที่ผ่านมาอย่างไม่เป็นทางการ กับเรื่องราวการเสียสละอย่างไม่สิ้นสุดของเหล่าทหาร 300 นายของกองทัพสปาร์ตา ในเวอร์ชั่นสุดซาดิสต์ของ แฟรง มิลเลอร์ ที่เป็นหนึ่งในผลงานที่ครองใจคอหนังสงครามไปอีกนานเท่านาน…

300 - Movie Trailer 

คลิกชม 300 ขุนศึกพันธ์สะท้านโลก แบบเต็มเรื่อง

 

8. I Am Legend

  รายได้ทั่วโลก: 461.7
  ในสหรัฐฯ: 240.3
  ทุนสร้าง: 150
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 68

   แชมป์หนังปลายปีตัวจริงของปี 2007 ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์พลังดาราของ วิล สมิธ ได้อย่างชัดเจนว่าการมีเขากับไม่มีเขามันสร้างความแตกต่างได้มากมายแค่ไหน ถ้ามันออกฉายเร็วกว่านี้ อันดับจะต้องสูงกว่านี้…

ตัวอย่าง I AM LEGEND

คลิกชม   I AM LEGEND แบบเต็มเรื่อง

 

7. The Simpsons Movie

  รายได้ทั่วโลก: 526.2
  ในสหรัฐฯ: 183.1
  ทุนสร้าง: 75
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 48

   ถ้าอะไรจะทำให้เจ้าหนูบาร์ตจอมแสบหัวเราะอย่างสะใจที่สุด ก็คงตรงคำปรามาสต่อ The Simpsons Movie ของเขาที่ว่าไม่มีวันเอาดีกับการฉายนอกสหรัฐฯไปได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วรายได้จาก 2 ใน 3 มาจากการฉายรอบโลกเห็นๆ ด้วยมุกที่เจ็บแสบ, สากล และลุ่มลึก ผลงานจอเงินชิ้นนี้ไม่ทำให้ตำนานที่ครอบครัวตัวเหลืองทำเอาไว้ในฉบับจอแก้วต้องมัวหมองแม้แต่น้อย…

ตัวอย่าง The Simpsons Movie

  

6. Ratatouille

  รายได้ทั่วโลก: 619.2
  ในสหรัฐฯ: 206.4
  ทุนสร้าง: 150
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 35

   ทั้งวงการต้องออกมากลื่นน้ำลายตัวเอง แต่ทุกคนก็ต้องยอมตามโดยศิโรราบ เพราะใครจะเชื่อว่าพล็อตเรื่องที่แสนธรรมดาอย่างหนูอยากเป็นพ่อครัวในร้านอาหารจะไปเทียบอะไรกับผลงานต่างๆ ในอดีตที่ขึ้นหิ้งไปเรียบร้อยแล้วทุกเรื่องของค่าย Pixar ที่ลางร้ายส่อมาตั้งแต่การเปิดตัวในสหรัฐฯที่กลายเป็นผลงานที่เปิดตัวได้แผ่วที่สุดของค่าย แต่นับจากวันนั้นความยอดเยี่ยมของตัวงานก็เริ่มติดเครื่องให้กับการทำเงิน รายได้ในสหรัฐฯยืนหยัดได้อย่างทานทน ขณะที่เสียงวิจารณ์ที่แซ่ซ้องทำให้การเปิดตัวในการฉายอื่นๆ ทั่วโลกได้เปลี่ยนผลงานที่หลายคนตั้งแง่ ให้กลายเป็นความสำเร็จครั้งมโหฬารอีกครั้งของ Pixar และนับจากนั้นก็ไม่มีใครคิดจะตั้งคำถามถึงพล็อตเรื่องของค่ายนี้อีกเลย…

ตัวอย่าง Ratatouille

คลิกชม Ratatouille  แบบเต็มเรื่อง

 

5. Transformers

  รายได้ทั่วโลก: 706.5
  ในสหรัฐฯ: 319.2
  ทุนสร้าง: 150
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 28

   ใครเล่าจะจริงจังกับผลงานที่ดัดแปลงมาจากหุ่นของเด็กเล่น ถ้าไม่ใช่พ่อมดแห่งวงการอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ไม่เพียงแต่สร้างมันขึ้นมา แต่สร้างมันขึ้นมาอย่างจริงจัง โดยมอบหมายความไว้วางใจทั้งหมดไปที่ผู้กำกับ ไมเคิล เบย์ และสิ่งที่ตามมาก็คือผลงานสเปเชียล เอฟเฟคอันยอดเยี่ยมและหนังทำเงินสุดร้อนแรงแห่งปี…

 

ตัวอย่าง Transformers

 คลิกชม  Transformers แบบเต็มเรื่อง

 

4. Shrek the Third

  รายได้ทั่วโลก: 797.7
  ในสหรัฐฯ: 322.7
  ทุนสร้าง: 160
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 19

   กลายเป็นของโปรดที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กๆ ไปเสียแล้ว เมื่อการปรากฏตัวทุกครั้งของเจ้ายักษ์เขียวและพองเพื่อนที่มาด้วยมุกกวนๆ และแดกดันของพวกเขาจะหมายถึงเงินก้อนโตโดยไม่มีข้อแม้ แม้จะไม่เท่ากับภาค 2 ที่กดไปกว่า 919.8 ล้านเหรียญ แต่รายได้ 797.7 ล้านเหรียญ ของภาคนี้ก็มโหฬารอย่างน่าตกใจอยู่ดี เมื่อความต้องการของตลาดยังมีความเข้มข้นเช่นนี้ การมาถึงของ the next Shrek ในปี 2010 จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้…

ตัวอย่าง Shrek the Third 

 

3. Spider-Man 3

  รายได้ทั่วโลก: 890.9
  ในสหรัฐฯ: 336.5
  ทุนสร้าง: 258
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 12

ทุนสร้างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (139 ล้านเหรียญ 200 ล้านเหรียญ 258 ล้านเหรียญ) ประกอบกับการที่หลายคนเชื่อว่ามันเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคยอดมนุษย์ที่โดดเด่นที่สุดที่วงการสร้างออกมาในทศวรรษนี้ ทำให้ไอ้แมงมุมกลายมาเป็นหนังที่ทำรายได้ในสหรัฐฯมากที่สุดของปีที่ผ่านมา ก่อนที่รายได้หนังอันดับ 1 ของโลกที่นอนมาตั้งแต่ไก่โห่จะถูกตัดหน้าด้วย 2 ผลงานถัดไป…

ตัวอย่าง Spider-Man 3

 

2. Harry Potter and the Order of the Phoenix

  รายได้ทั่วโลก: 938.5
  ในสหรัฐฯ: 292
  ทุนสร้าง: 150
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 6

   คงไม่มีหนังเรื่องไหนฝันถึงการสร้างกระแสที่ยอดเยี่ยมไปกว่านี้ เมื่อการเปิดตัวของภาค 5 ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ เกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนการวางจำหน่ายตอนอวสานของเล่มจบที่ผู้คนทั่วโลกต่างนับวันรอคอย จนทำให้มันกลายเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคที่ทำรายได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 2 อย่างง่ายดาย…

ตัวอย่าง Harry Potter

คลิกชม  Harry Potter แบบเต็มเรื่อง

 

1. Pirates of the Caribbean: At World’s End

  รายได้ทั่วโลก: 961
  ในสหรัฐฯ: 309.4
  ทุนสร้าง: 300
  อันดับรายได้สูงสุดตลอดกาล 5

   ด้วยทุนสร้างที่มโหฬารอย่างไม่น่าเชื่อ และเพิ่มขึ้นทุกๆ ภาค (140 ล้านเหรียญ 225 ล้านเหรียญ 300 ล้านเหรียญ) ทำให้การเปิดตัวภาคนี้ที่ไม่แรงดังคาดทำเอาหลายฝ่ายอดเป็นกังวลใจแทนกัปตันแจ็คและพลพรรคโจรสลัดไม่ได้ แต่ด้วยการลอยคอเก็บรายได้อย่างต่อเนื่อง แม้รวมแล้วรายได้ในสหรัฐฯของภาคนี้จะเทียบกับภาคก่อนที่กดไปอย่างเว่อร์ที่ 423.3 ล้านเหรียญ เมื่อปีก่อนอย่างไม่เห็นฝุ่น แต่การซัดกระหน่ำเก็บเงินขึ้นฝั่งจากการฉายทั่วโลกของภาคนี้ถือว่าทำได้ร้อนแรงที่สุดของไตรภาค ท้ายที่สุดแล้วผลงานที่เปี่ยมไปด้วยมุกตลกและฉากอันตระการตาเรื่องนี้จึงคว้าตำแหน่งสุดยอดหนังทำเงินแต่ปี 2007 ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี…

ตัวอย่าง Pirates of the Caribbean 3

คลิกชม  Pirates of the Caribbean 3 แบบเต็มเรื่อง

   หมดเเล้วครับ 15 อันดับหนังทำเงินสูงสุดของ Hollywood ในปี 2007 ใครยังไม่ดูเรื่องไหนก็รีบคลิกไปดูกันนะครับ รับรองว่าครบทุกรส คราวหน้าผมจะมาอัพเดทหนังทำเงินของไทยกันบ้างนะครับ ว่าเรื่องไหนบ้างที่เป็นหนังทำเงินของไทย พอจะมีโอกาสเบียดหนังจากฟากของ Hollywood ได้ไหม..

วันที่เข้าฉาย 10 เมษายน 2551
แนวหนัง ตลก
กำกับโดย ภวัต พนังคศิริ
นักแสดง ธัชพล ชุมดวง, ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ, อรุณ ภาวิไล, ยอดชาย เมฆสุวรรณ,

    เมื่อเด็กๆทวีความซ่าซน จนชนประสานกับความร้อนระอุในปี 2526 เหล่าบรรดาผู้ปกครองต่างๆ จึงมีความคิดเห็นตรงกัน ที่จะหาหนทางกำราบลูกๆของตนเองให้ได้และวิธีที่ดีที่สุดที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันคือ “บวช”

แม้ว่าเด็กๆจะมีความซนจนลิงยังเรียกพี่ แต่ประสบการณ์เรื่องของการโกนหัว-ห่มจีวร-นอนวัด ถือว่ายังอ่อนเป็นลูกเจี๊ยบ “การบวชเรียนภาคฤดูร้อน” จึงเป็นจินตนาการแห่งความมันรอบใหม่ของเด็กๆ หลังถูกผู้ปกครองใช้อุบายหลอกให้บวชจนสำเร็จ และแล้วการพบกันของเหล่ามารตัวจิ๋วจึงเริ่มขึ้น

ข้าวปั้น เด็กบ้านรวยที่หายใจเข้า-ออกด้วย “การ์ตูนอิกคิวซัง”
นะโม เด็กที่งงกับชีวิต ถูกลิขิตให้มีน้ำตาเป็นเพื่อน
ขุนทอง เด็กบ้าพลังที่จินตนาการล้ำกว่าความกล้า
บู๊ เด็กลูกค่ายมวยฉายา “เย็นชาต่อสรรพสิ่ง”
น้ำซุป เด็กลูกเถ้าแก่โคตรเขี้ยว พิมพ์เดียวกับพ่อไร้ตำหนิ

แม้การบวชเรียนภาคฤดูร้อนจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ข้าวปั้น,นะโม,ขุนทอง,บู๊และน้ำซุปแก๊งค์เด็กๆสุดแสบ,ซ่า,ซน ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แต่สำหรับพระพี่เลี้ยงมือใหม่อย่าง หลวงพี่ใบบุญแล้วเหมือนเป็นห้วงเวลาแห่งการตกนรกโลกันต์ที่แสนยาวนานก็มิปราณ ไหนจะต้องอบรมสั่งสอนธรรมวินัยแก่บรรดาเณรต่างๆแล้ว ยังต้องสู้รบปรบมือกับเหล่าเณรเหลือขอในอีกด้านก็ต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองในทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับน้ำใส (อดีตคนรัก) สาวน้อยหน้าใส ชอบทำบุญกุศลที่มีทุกอย่างตรงกันข้ามกับผู้เป็นพ่อ (เฮียกอ) เถ้าแก่เจ้าของร้านขายสังฆภัณฑ์ผู้มีจิตใจเยี่ยงมหาสมุทรสุดเค็มเต็มเปี่ยมไป

ด้วยความจองหองพองขนคิดว่าตนฉลาดล้ำเกินใครในการทายปริศนา“ผะหมี”แต่ท้ายสุดกับพบว่าความฉลาดของตนยังห่างจากเจ้าอาวาสพระอาจารย์สุขี ซึ่งเป็นหลวงพี่แท้ๆอยู่อีกหลายขุม….

แต่เมื่อวันเวลานั้นผ่านไปหลายสิ่งหลายอย่างได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขาวีรกรรมบางอย่างในการบวชเรียนครั้งนั้นดูจะเลือนรางไปตามกาลเวลาบ้าง แต่สำหรับใครบางคนเรื่องราวแห่งมิตรภาพในช่วงเวลานั้นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เขายังคงดำเนินอยู่

วันหนึ่งใน 25 ปี ต่อมา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ข้าวปั้นและนะโม เพื่อนร่วมกุฏิในวัยเยาว์เดินทางมาพบกันโดยบังเอิญ ทั้งสองมีเป้าหมายเหมือนกันคือ….ไปต่างประเทศ แต่ต่างกันที่……คนหนึ่งเป็นพระ (นะโม) กำลังเดินตามความฝัน…ที่มีจุดหมายปลายทาง…ไปแสวงธรรม ณ ชมพูทวีป แต่อีกคนเป็นฆราวาส (ข้าวปั้น) กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศอย่างไร้จุดหมายปลายทาง….เพื่อหนีปัญหาชีวิต แม้บางช่วงเวลาของชีวิตที่พวกเขาลิขิตได้ผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่เมื่อภาพอดีตครั้งบวชเรียนในวัยเยาว์ได้หวนกลับมา วีรกรรมสุดแสบ-ซ่า-ซน กลับมาตกผลึกอีกครั้ง การก้าวเดินของพวกเขาจะเป็นอย่างไรติดตามต่อในภาพยนตร์แนวคอมมาดี้ ดราม่า เรื่อง“อรหันต์ซัมเมอร์…

ตัวอย่างภาพยนตร์ : อรหันต์ ซัมเมอร์

 


Street Kings

วันที่เข้าฉาย 10 เมษายน 2551
แนวหนัง แอคชั่น
กำกับโดย เดวิด เอเยอร์
นักแสดง คีอานู รีฟ, ฟอเรสท์ วิทเทคเกอร์, ฮิวจ์ ลอรี่, คริส อีแวน

    คีอานู รีฟ รับบทเป็นทอม ลัดโลว์ เจ้าหน้าที่ตำรวจลอส แองเจลิส (LAPD) ผู้ช่ำชองที่ยังปรับตัวหลังจากภรรยาสุดที่รักเสียชีวิตไปได้ไม่เข้าที่เข้าทางนัก ยิ่งเมื่อมีหลักฐานมัดตัวว่าเขามีส่วนทำให้เพื่อนตำรวจด้วยกันต้องถูกลงโทษ ทอมก็ยิ่งรู้สึกแปลกแยกและต่อต้านรูปแบบของวัฒนธรรมในสังคมตำรวจที่เขาเองเคยยึดปฏิบัติมาตลอดการรับราชการ ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เริ่มคลางแคลงใจทุก ๆ คนรอบตัวเขาว่าเชื่อถือได้สนิทใจแค่ไหน

ฟอเรสท์ วิทเทคเกอร์ (Forest Whitaker) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ (Academy Award) รับบทเป็นสารวัตรแจ๊ค แวนเดอร์ (Captain Jack Wander) ผู้บังคับบัญชาสายตรง และเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่คอยให้คำปรึกษากับทอมมาโดยตลอด

พร้อมด้วยนักแสดงชื่อดังคับคั่ง อาทิ ฮิวจ์ ลอรี่ (Hugh Laurie), คริส อีแวน (Chris Evans), จอห์น คอร์เบ็ท (John Corbett), เจย์ มอร์ (Jay Mohr), เซ็ดดริค ดิ เอ็นเตอร์เทนเนอร์ (Cedric the Entertainer), เทอร์รี่ ครูว์ (Terry Crews), แอมัวรี่ โนลาสโก้ (Amaury Nolasco), นาโอมี่ แฮร์ริส (Naomie Harris), มาร์ธ่า ไฮกาเรด้า (Martha Higareda), คอมม่อน (Common), และเดอะ เกม (The Game)

    เจมส์ เอลรอย (James Ellroy) นักเขียนนวนิยายชื่อดัง มองว่า แม้ ลอสแองเจลิส (Los Angeles) จะเป็นเมืองที่ร้อนแรงแสงแดดจัดจ้านเพียงใดก็ไม่อาจสาดส่องให้สว่างไปถึงด้านมืดสุด ๆ ของเมืองได้ ชื่อว่าเมืองแห่งเทพแต่กลับเต็มไปด้วยกฏหมู่ที่ยากเกินกว่าจะหยิบยกคุณธรรมข้อใด ๆ มาใช้เป็นบรรทัดฐาน โดยเฉพาะกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่สาบานตนว่าจะ ปกป้องประชาชนแต่บางครั้งก็ลงมือทำร้ายกดขี่ขมเหงเสียเอง

เดวิด เอเยอร์ (David Ayer) เป็นลูกชายคนหนึ่งในครอบครัวที่ตั้งรกรากอยู่ในลอสแองเจลิส (LA) ซึ่งเมื่อส่องกล้องมองชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียงแล้วก็ไม่เคยได้เก็บภาพอันน่าประทับใจเลย หากแต่จะสะท้อนภาพของมหานครที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และบ่อยครั้งที่ผลงานของเขามักลงเอยด้วยความเศร้า ซึ่งก็ตอกย้ำให้เห็นกันชัด ๆ อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง STREET KINGS หรือ สตรีท คิงส์ ตำรวจเดือดล่าล้างเดน

เจมส์ เอลรอย (James Ellroy) คิดเค้าโครงเรื่อง และร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับเคิร์ท วิมเมอร์ (Kurt Wimmer) และเจมี่ มอส (Jamie Moss), เดวิด เอเยอร์ (David Ayer) ที่โด่งดังจากงานสะท้อนสังคมโหดในภาพยนตร์อย่าง TRAINING DAY หรือ ตำรวจระห่ำ…คดไม่เป็น และ HARSH TIMES หรือ คู่ดิบฝ่าเมืองเถื่อน เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง STREET KINGS หรือ สตรีท คิงส์ ตำรวจเดือดล่าล้างเดน..

Street Kings Trailer